belle's profilebelle's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 17 ความรู้สึก ดีดี ที่เรียกหา นี่มันอารัยกันเนี่ย!!!
ไม่ได้เข้า space ครบ 1 ปีเลยทีเดียว การงานและการเรียน ทำให้ทิ้ง space ไปแบบไม่รู้ตัวจริง ๆ
คิดถึงเพื่อน ๆ ๆ พี่ ๆๆ น้อง ๆ คร้าบ
1 ปี มีอะไร ๆ ในชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ ที่รู้สึกดีที่สุด คือ การมีบ้านเป็นของตัวเองซะที
หลังจากที่โง่อยู่อพาร์ทเมนต์สุดหรู เดือนละ เกือบหมื่นห้า (จ่าย 3 คนนะ) มานานนม
เพิ่งคิดกันได้ว่าเพิ่มอีกนิดผ่อนบ้านได้แระ หมดกันหลายแสน เสียดายตังค์จัง
ตอนแรกนึกว่าบ้านนี้จะอยู่กันเหมือนเดิม 3 คนพี่น้องอีก เอาเข้าจริง ๆ ป๊ากะม๊าก็มาอยู่บ่อย
ทำให้รู้สึกดีจังได้เจอป๊ากะม๊าบ่อยขึ้น เหมือนอยู่ในความปกครอง เหมือนตอนเด็กเลย
เท่าที่จำได้เริ่มแยกตัว ห่างกับป๊าม๊า ก็ตั้งแต่เข้ามหาลัยปี 1 หนีไปเสเพลเป็นเดะหอ
หนุกหนานกันไป พอกลับมาอยู่บ้านป๊าม๊าก้แยกไปอยู่อีกบ้านแระ เป็นอิสระต่อไป จนมาบัดนี้
ความรู้สึกอบอุ่นกลับมาอีกครั้ง (อารมณ์อยากกลับไปเป็นเด็ก55)
October 01 คิดถึง Space ของฉานนนน
อะ อะ ห่างหายไปนาน ขอทักทาย Space ของฉานนนนนนหน่อย....... ไม่ได้ลืมนะ แต่ไม่รู้เวลามันไปไหนหมด มีเรื่องราวดี ดี อยากเล่าอยากระบายมากมาย มีความทรงจำดีดีที่ยังไม่ถูกเก็บเข้าตู้สักที วันนี้ก็ยังไม่มีเวลามาเล่าได้หมด เลยยังไม่เล่า ไปดีกว่าอู้มาพอแระ................................เด๋วงานไม่เสร็จ ไว้ปิดเทอมเราจะเจอกันอีกครั้งนึงนะ 5555+ June 11 ขออัพเดท ซะหน่อยนับดูก็ เกือบ 2 เดือนแล้วที่ ไม่ได้ Update อะไรเพิ่มเลย
ด้วยเวลาที่ไม่รู้มันหมดไปกับการทำอะไรนักหนา เครียดก็เครียด เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็พยายามประคับประคองทุกอย่างผ่านไปด้วยกันให้ได้
เพราะทุกทางเราเป็นคนเลือกเอง นิหน่า จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง ตอนนี้ก็ได้แต่พยายามทำให้ตัวเองเหนื่อย จนชิน ให้ได้
ตอนนี้มีเรื่องเรียน ป.โทที่ต้องรับผิดชอบด้วย มันมาพร้อมกับหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ถามว่าเหนื่อยแล้วท้อมั้ย อยากเลิกเรียนมั้ย
ตอบได้เลยว่า ไม่ อยากให้ถึงเสาร์ อาทิตย์ เร็วด้วยซ้ำ เพราะอยากเจอเพื่อนๆ เวลาไปเรียนแล้วรู้สึก freshy สนุกสนาน มีความสุข กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
และเป็นคณะที่ใฝ่ฝันอยากเรียนอยู่แล้ว แม้ไม่รู้ว่าจะจบมาทำอะไรก็ตาม อย่างน้อยเราก็ได้สังคมที่ดีจากที่นี่ อาจารย์เคยบอกว่าการมาเรียนแล้วไม่ได้ความรู้กลับไปถือว่าขาดทุน
เราเองก็รู้สึกว่า ตัวเองขาดทุนนะ แต่ก็ได้กำไรชีวิต เอาส่วนที่ขาดทุนนั้นมาซื้อความสุข ความสนุกสนาน ที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในห้อง มีให้กัน
แต่บางครั้งก็ไม่อยากให้เวลามันเร็วแบบนี้ เพราะ มันใกล้เวลาที่จะต้องส่งการบ้าน ของแต่ละอาทิตย์ เข้าใจเลยว่าอาการไฟลนก้นเป็นไง
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมความคิดจะต้องแล่นเอาตอนวันศุกร์กลางคืน ดึกๆ กว่าจะเสร็จปาไป ตี 1 ตี 2 ทุกศุกร์เลย ไม่รู้ว่าไม่มีเวลาจริงๆ
หรือ ขี้เกียจเนี่ยเรา เข้าข้างตัวเองว่าไม่มีเวลาทำดีกว่า เนอะ หวังว่าสักพักเราจะชินกับความเหนื่อยสักที จริงๆที่เรารู้สึกเหนื่อยอาจเป็นเพราะ
เมื่อปลายปีที่แล้วไม่ค่อยมีงานเลย ว่างๆๆมากๆๆ เรียนก็ยังไม่ได้เลย หยุดเสาร์อาทิตย์ก็เที่ยวต่างจังหวัด วันธรรมดาก็เปาร์ตี้กะเพื่อนฝูง
เป็นอย่างนี้อยู่หลายเดือน สบายมานานเกินไป พอตอนนี้โดนทั้งงานทั้งเรียนรุมเร้า เลยทำให้รู้สึกเหนื่อยเกิน เหนื่อยแทบอ้วก ......
แต่จะสู้เพื่ออนาคตที่ดี (รึป่าว) ......... แต่ถ้าเพื่อนๆ จะชวน outing ในกรุงเทพ ต่างจังหวัด ต่างประเทศ ก็บอกกล่าวกันได้นะ ถ้าโดดงานโดดเรียนได้
ปัจจัยครบไม่มีพลาดอยู่แล้ว 555
April 17 วันเหมือนจะว๊าง .. ว่างวันอังคารที่ 17 เม.ย. 50
หลังจากหยุดยาวถึง 4 วัน คนอื่นอาจจะเหมือนเป็นการชาร์ตแบตใหม่ แต่เบลล์รู้สึกเหมือนแบตเสื่อม ขี้เกียจทำงานมากๆๆ แต่ออกจากบ้านก็ดีกว่าอยู่บ้าน มา office ก็ไม่มีไรทำเช่นเคย ทั้ง office ว่างกันหมด เลยได้ฤกษ์จัด office ใหม่ เนื่องจากมีหมายสั่งย้าย โยกย้ายตำแหน่งกันตั้งแต่ก่อนสงกรานต์แล้วแต่ยังไม่มีฤกษ์ย้ายสักที เบลล์เองก็ต้องย้ายขึ้นข้างบนเพื่อรับหน้าที่เพิ่มขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบมากๆขึ้น (แต่เงินเดือนยังเท่าเดิม เฮ้อ) นี่ online ไว้ทั้งวันเลยแต่ไม่ได้ตอบกลับเพื่อนๆเลย เพราะไม่ได้อยู่โต๊ะอะ ขึ้นไปจัดทำเลที่ตัวเองอยู่ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะเจ้าค่ะ....นี่ก็เป็นเวลาที่ว่างอีกครั้งเลยเข้ามาดู space ซะหน่อย รู้สึกมันควรจะมีอะไรให้เพื่อนๆดูมากกว่านี้ แต่ตอนนี้คิดม่ายออก ... เอว่าจะทำ movie ส่วนตัว ที่ enjoy กะเพื่อนๆก็ดีเนอะ แต่เด๋วขอไปลอง programme ก่อนนะ.........พรุ่งนี้ เริ่มใหม่ ที่ใหม่ งานใหม่ (ย้ายโต๊ะนะ มะช่ายย้ายบริษัท) สู้ตาย#### March 26 ชีวิตมันส์ๆวันที่ 26 มีนาคม
ว่างงานมากๆ เลยเข้ามา update Space ซะหน่อย อยากจะเล่าเรื่อง วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสุขที่หาได้ยากในชีวิตทำงาน
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม
วันหยุดนี้มีนัดเลี้ยงส่งพี่มด(arijung) ไปญี่ปุ่น งานนี้เป็นงานกลางวัน เลี้ยงกันที่ โรงแรม Holliday ย่านสีลม ไฮไลท์งานนี้คือ " ฟรี " เป็นบุฟเฟ่ อาหารนานาชาติ
หนุกหนาน กะ การกิน ดื่มเ เมาส์ อยู่ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็แยกย้ายก้นกันไปคนละทิศ แต่คนไม่มีที่ไป 2 คน คือ พี่หญิง และ เบลล์เอง ก็เกิดไอเดียอยากลุย พี่หญิงท้ามา
ว่ากล้าไปเป่า เราเองก็ลุยอยู่แล้ว กลับบ้าน pack กระเป๋าสำหรับ 1 คืน เตรียมตัวออกเดินทาง ก่อนเดินทางก้มีแวะวัดแถวพระราม 2 เข้าไปไหว้พระ ทำบุญ เสริมบารมีตัวเอง
กว่าจะออกจากกรุงเทพได้ก็ประมาณ เกือบ 6 โมงแระ ออกเดินทางไม่มีพัก มุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี ไปโดยไม่รู้ และไม่ได้จองที่พักไว้ อย่างที่เค้าเรียกกันว่า Backpack แหละ
เกือบ 3 ทุ่มถึงเมืองกาญแวะกินข้าวมื้อดึกที่ร้านข้าวต้มอ้อมใหญ่ (เอ..นี่มันร้านแถวบ้านตูนิหว่า มาถึงกาญ ยังได้กินร้านแบบแถวบ้านอีก) อิ่มกันก็มุ่งหน้าหาที่พัก เห็นป้ายบอก
ที่พักที่ไหนก็ไปตามป้าย ที่แรกที่เข้าไปคือ แคริฟอเนีย ริเวอร์แคว น่าอยู่แต่เต็ม ไปได้ที่ที่ 2 คือ หลุบพญารีสอร์ท ได้ห้องติดริมน้ำ ห้องน่ารัก เป็นส่วนตัว คืนนี้ได้นอนกะ
ธรรมชาติ จากเตียงนอนมองออกไปหน้าต่าง จะเป็น แม่น้ำแควน้อย รับรู้ถึงความสดชื่อจริงๆ
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม
ตื่นมายังงงๆกะเมื่อคืนอยู่ว่ากล้ามาได้งัยเนี่ย ผู้หญิง 2 คน ลุยเกินไปมั้ยเนี่ยเรา เอาเหอะประสบการณืชีวิต เช้านี้ออกไปสูดอากาศซะเต็มปอด เสียดายที่น้ำลดไปเยอะ
ขึ้นมาอีกทีก็ประมาณเที่ยงๆ แล้วใครจะกล้าเล่นน้ำเนี่ย เลยได้แต่นั่งมองสายน้ำไหลเชี่ยวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เดินชมธรรมชาติรอบๆ รีสอร์ท มีความสุขในขณะที่ที่บ้านไปเช้งเม้งกัน
หลานคนนี้เลวจริงๆ นอนกลิ้งเกลือกกันอยู่ถึงบ่ายก็เช็คเอาท์ออก ไปหาของแพง ร้านอาหารดีๆกินกันที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว 2 คนหมดไป 500 บาท และก็เดินช็อป ดูของไปเรื่อยๆ
เห็นรถไฟข้ามแม่น้ำแควมา ไหนๆก้มาแระขอขึ้นสักรอบทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแต่เห็นรูปจาก postcard สวยดี ก็จะอยากไปเก็บภาพตามเค้า ค่าตั๋วคนละ 20 บาท/15 นาท(ไปกลับ) วันนนี้อากาศร้อนมากๆๆๆๆ แดดแผดเผาสุดๆๆๆ เหนื่อยล้ากันพอแระก็เดินทางกลับกรุงเทพ กลับสู่ความเป็นจริงต่ออีก 5 วัน แล้วสุดสัปดาห์หน้าจะตามหาความฝันอีก.......
ใครจะไปยกมือขึ้น?????????/ March 08 อยากจะเล่า...ขอบ่น หลังจากสอบก็ว่างแระ ช่วง 3-5 มีนา ก็หยุด ตอนแรกตั้งโปรแกรมว่าจะไปปากช่องบ้านพี่ไนท์-พี่ฮุ้ง ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะเจ้าของบ้านไม่ว่าง เลยว่าจะไปเปิดท้ายขายของมือสองกะพี่มิ้ม แต่พี่มิ้มก็ต้องทำงานวันเสาร์อีก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเบลล์เองก็ต้องกลับไปบ้านพุทธมณฑลเก็บของย้ายบ้านด้วย วันศุกร์ต้องกลับบ้านพุทธมณฑลเลยแวะไปฉลองวันเกิดล่วงหน้าที่ข้าวสารซะเลย ไปนั่งเมาส์กับพี่แบงค์ พี่อ้วน พี่ออย พี่โน้ต ที่ร้าน Hippy (พี่จิ๊บ+พี่บีก้ไปแต่กลับก่อน เพราะเราดันไปกินข้าวก็เบิร์ทและพี่กุ้ง ก่อนเลยอดเจอเลย) พอได้เวลากลับพี่มิ้มก็โทรมาบอกว่าอยู่ร้าน lemon... เลยไปโยกๆกะเค้าต่อ พอเลยเที่ยงคืนดีเจประกาศว่าใครเกิดวันนี้ให้มารับรางวัล อิอิ เสร็จเรา ได้เหล้าฟรีมาขวดนึง... กลับบ้านนี่เมาแอ๋ หลับเป็นตายเลย
วันเสาร์ตื่นมาก็เก็บของๆๆๆๆ ยกของๆๆๆ เหนื่อยมั่กมาก เสื้อนี่ทิ้งไปหลายตัว เพราะทนความสกปรกของมันไม่ได้ การย้ายบ้าน(นี้) กี่ครั้งๆ ก็เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยกายและเหนื่อยใจ ที่ป๊ากะม๊าเป็นคนขี้เสียดายชอบเก็บของเก่า พวกเค้าจะเป็นคนวางแผนการล่วงหน้า เห็นของชิ้นนี้ปุ๊บจะมองออกเลยว่าจะเอาไว้ใช้ทำอะไร เห็นเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ย้ายบ้านจากหลังแรกเอามาไว้ที่นี่สิบกว่าปี ก็ยังไม่เคยเอาออกมาใช้เลย เฮ้อคนเรา ..... นี่วันเกิดเราก็เป็นวันที่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อเลยซะงั้น ที่ต้องมาช่วยขนของ เหนื่อย จริงนะเนี่ย!!!!!! เห็นหมีพูห์ แล้วคิดถึงพี่เต้ พี่ชายที่แสนดี อ่ะ(น้ำตาจะไหล)
วันอาทิตย์นัดพี่มิ้มขายของมือสองกัน แต่พี่มิ้มก็ดันไปเมามา เลยชวดความฝันนี้อีกแล้ว เมื่อคืนฝันหวานไปซะเยอะเลย ข้าวของเครื่องมือในการขายก็เตรียมหมดแล้ว ไม่เป็นไร วันจันทร์ยังมีโอกาสอีกวัน นัดกันเรียบร้อย แต่ก็ยังมีลางสังหรณ์เหมือนจะอดขายอีก ก็เป็นจริงด้วย พี่มิ้มแกเมาเหมือนเดิมเหมือนใคร Replay เทปให้ดูเลย น่าน้อยใจจริงๆ จะโกรธก็โกรธไม่ลง เพราะมันก็คือความสุขเค้า เราเองก็ไม่ควรจะรอพึ่งเค้าด้วย แต่ก็รู้สึกฝันสลาย เศร้า อดได้ตังค์เลย..... เซ็ง โค-ตร
วันอังคารที่ 6 มีนา ไปดู นเรศวรกะเต้ กลับบ้านเที่ยงคืน แหนะ ต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก วันพุธที่ 7 มีนา เต้ชวนขายกล้วยไม้ที่เกษร นึกว่าเต้ดูลาดเลา ที่มาแล้ว ไปถึงจะขายได้ ซะอีก สรุปต้องเดินหาเจ้าที่ เดินอยู่หลายรอบกว่าจะได้ที่ พอได้ ก็คนน้อยมาก เต้ชวนไปดูที่สยามแทนอันนี้คนเยอะแต่ไม่มีที่จริงๆ เดินจนเมื่อย เหนิ่อยจนลืมกินข้าวเลย เต้ แกเสียใจมั้ยเนี่ย เดินเท้าลาก แต่ไม่ได้ขาย แถมยังเสียตังค์ซื้อ CD ระหว่างดูที่อีก -----ช่วงนี้จะทำไรก็ไม่สมหวังเลย อ่ะ สงสัยไม่ใช่ช่วงวันดีของเรา---- กลับบ้านดึกอีกตามเคย 3 วันมาแล้วที่นอนไม่เต็มอิ่มเลย วันนี้ก็คงเป็นเช่นเดิม เพราะจะไปดู Vios รุ่นใหม่ที่ paragon Hall ดูให้เกิดกิเลสเล่น แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ........
อยากจะเล่า....เรื่องสอบ ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยมากๆ เลย ตั้งแต่เดือนกุมภา ก็เริ่มเตรียมตัวสอบโท มีเวลาอ่านหนังสือประมาณ 1 เดือน ต้องอ่านเพราะคนสอบกันเยอะมาก ต้องแข่งขันกัน แต่ก็รู้สึกไม่เครียดเท่ากับ Entrance และอีกอย่างดันเลือกสอบคณะที่ตัวเองไม่ได้เรียนมา แต่อาศัยใจรักอยากจะเรียน "คณะสื่อสารมวลชน" บอกใครก็มีแต่คนด่าว่าจบไปจะทำอะไร ก็สมควรโดนด่าเพราะ ไม่รู้จริงๆ แค่อยากจะเรียน
วันสอบใกล้เข้ามาก็ยังมีปาร์ตี้ได้ทุกศุกร์ (นึกแล้วเสียดายเวลา คิดแล้ว กรู..ไม่น่าเที่ยวเลย) สุดท้ายพอรู้ว่าอ่านไม่ทันแล้วหละ เลยใช้วิธีเกร็งชอยส์เลย เพราะพี่ชายบอกว่าในใบสมัครมีบอกว่าข้อสอบออกเป็นชอยส์ อ่านแต่ข้อสอบเก่า และดูความน่าจะเป็นขอคำตอบเผื่อจะต้องกามั่ว คืนวันก่อนสอบก็ไม่เตรียมอุปกรณ์ เครื่องเขียนเลย เพราะต้องไปหาซื้อแต่ขี้เกียจ
พอถึงวันสอบก็เผื่อเวลาไว้ นิ๊ด...นึง ในการหาดินสอ 2B+ยางลบ+ปากกา แต่ก็มีเหตุให้ตื่นเต้นอีกเพราะลืมไปว่าคนสอบเยอะ รถติด ที่จอดรถหาไม่ได้ เสียเวลาวนอยู่หลายรอบ เหลือเวลา 15 นาทีในการวิ่งหาซื้อเครื่องเขียน และแล้วโชคก็เข้าข้างตอนที่เจอร้านนี่อยากจะทำท่าดีใจเหมือนโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังที่มันได้ที่จอดรถเลย ...ตอนจ่ายตังค์ก็รู้สึกทำไมดินสอนี่มันแพงจัง?? แท่งละ 10 บาท อ่ะ --- วิ่งต่อไปที่ห้องสอบทันเวลาพอดีนั่งรอเค้าแจกข้อสอบ ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะผ่านบรรยากาศการแข่งขันแบบนี้มานานประมาณ 3 ปีได้มั้ง ตอนเริ่มแจกข้อสอบที่จินตนาการไว้ว่าข้อสอบน่าจะมี 100 ข้อ มันจะต้องเป็นปึ้งแน่เลย ปรากฏที่เห็นตรงหน้ากลับมีแค่ 2 แผ่น พร้อมกับสมุดคำตอบ 3 เล่ม รีบเปิดดูโอ้พระเจ้าจอร์ส ช่วยกรูด้วย มันเป็นแบบวิเคราะห์ 3 ข้อ นั่งอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบเวลา 3 ชั่วโมงหายไปแล้ว ครึ่งชั่วโมง ตอบไงดีเนี่ย??? และแล้วก็บอกกะตัวเองว่าต้องเริ่มที่จะเขียน แล้วมันก็คงจะปรื๋อได้ ก็เริ่มจากลอกคำถาม ลงในสมุดคำตอบ(ไม่รู้จะลอกทำมัย) และก็ลืมหนังสือที่อ่านไป เขียนตามความรู้สึกแทน จะว่าโม้ไปเรื่อยก็ว่าได้ ถูกไม่ถูกไม่รู้ รู้แต่ว่ารู้สึกดีที่ไดเขียนเยอะ ข้อ 40 คะแนน ล่อไป 4 หน้าเลย และแล้วก็มีเหตุอีก จนได้ "ปากกาตก หัวปากกาแตก" มีแท่งเดียวซะด้วย มองซ้ายมองขวา ใครเค้าจะให้เราหวะ เลยมองหาคนคุมสอบ ยกมือเรียกเค้า รู้สึกผิดมากเลยที่เรียกเค้ามาแล้วเค้าก็ต้องเดินกลับไปเอาปากกา และเดินกลับมาให้อีก ห้องมันโคตรใหญ่อยู่ด้วย(ห้องนี้มีที่นั่งสอบ 900 คน) แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้ปากกามาก็โม้ต่อจน เกือบหมดเวลาสอบ สอบเช้าเสร็จก็รอบ่ายมีสอบ อังกฤษเพื่อป.โท ต่ออีก.....สอบเสร็จกลับบ้านนี่หลับเป็นตายเลย
|
|
|