belle's profilebelle's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 26 ชีวิตมันส์ๆวันที่ 26 มีนาคม
ว่างงานมากๆ เลยเข้ามา update Space ซะหน่อย อยากจะเล่าเรื่อง วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสุขที่หาได้ยากในชีวิตทำงาน
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม
วันหยุดนี้มีนัดเลี้ยงส่งพี่มด(arijung) ไปญี่ปุ่น งานนี้เป็นงานกลางวัน เลี้ยงกันที่ โรงแรม Holliday ย่านสีลม ไฮไลท์งานนี้คือ " ฟรี " เป็นบุฟเฟ่ อาหารนานาชาติ
หนุกหนาน กะ การกิน ดื่มเ เมาส์ อยู่ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็แยกย้ายก้นกันไปคนละทิศ แต่คนไม่มีที่ไป 2 คน คือ พี่หญิง และ เบลล์เอง ก็เกิดไอเดียอยากลุย พี่หญิงท้ามา
ว่ากล้าไปเป่า เราเองก็ลุยอยู่แล้ว กลับบ้าน pack กระเป๋าสำหรับ 1 คืน เตรียมตัวออกเดินทาง ก่อนเดินทางก้มีแวะวัดแถวพระราม 2 เข้าไปไหว้พระ ทำบุญ เสริมบารมีตัวเอง
กว่าจะออกจากกรุงเทพได้ก็ประมาณ เกือบ 6 โมงแระ ออกเดินทางไม่มีพัก มุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี ไปโดยไม่รู้ และไม่ได้จองที่พักไว้ อย่างที่เค้าเรียกกันว่า Backpack แหละ
เกือบ 3 ทุ่มถึงเมืองกาญแวะกินข้าวมื้อดึกที่ร้านข้าวต้มอ้อมใหญ่ (เอ..นี่มันร้านแถวบ้านตูนิหว่า มาถึงกาญ ยังได้กินร้านแบบแถวบ้านอีก) อิ่มกันก็มุ่งหน้าหาที่พัก เห็นป้ายบอก
ที่พักที่ไหนก็ไปตามป้าย ที่แรกที่เข้าไปคือ แคริฟอเนีย ริเวอร์แคว น่าอยู่แต่เต็ม ไปได้ที่ที่ 2 คือ หลุบพญารีสอร์ท ได้ห้องติดริมน้ำ ห้องน่ารัก เป็นส่วนตัว คืนนี้ได้นอนกะ
ธรรมชาติ จากเตียงนอนมองออกไปหน้าต่าง จะเป็น แม่น้ำแควน้อย รับรู้ถึงความสดชื่อจริงๆ
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม
ตื่นมายังงงๆกะเมื่อคืนอยู่ว่ากล้ามาได้งัยเนี่ย ผู้หญิง 2 คน ลุยเกินไปมั้ยเนี่ยเรา เอาเหอะประสบการณืชีวิต เช้านี้ออกไปสูดอากาศซะเต็มปอด เสียดายที่น้ำลดไปเยอะ
ขึ้นมาอีกทีก็ประมาณเที่ยงๆ แล้วใครจะกล้าเล่นน้ำเนี่ย เลยได้แต่นั่งมองสายน้ำไหลเชี่ยวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เดินชมธรรมชาติรอบๆ รีสอร์ท มีความสุขในขณะที่ที่บ้านไปเช้งเม้งกัน
หลานคนนี้เลวจริงๆ นอนกลิ้งเกลือกกันอยู่ถึงบ่ายก็เช็คเอาท์ออก ไปหาของแพง ร้านอาหารดีๆกินกันที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว 2 คนหมดไป 500 บาท และก็เดินช็อป ดูของไปเรื่อยๆ
เห็นรถไฟข้ามแม่น้ำแควมา ไหนๆก้มาแระขอขึ้นสักรอบทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแต่เห็นรูปจาก postcard สวยดี ก็จะอยากไปเก็บภาพตามเค้า ค่าตั๋วคนละ 20 บาท/15 นาท(ไปกลับ) วันนนี้อากาศร้อนมากๆๆๆๆ แดดแผดเผาสุดๆๆๆ เหนื่อยล้ากันพอแระก็เดินทางกลับกรุงเทพ กลับสู่ความเป็นจริงต่ออีก 5 วัน แล้วสุดสัปดาห์หน้าจะตามหาความฝันอีก.......
ใครจะไปยกมือขึ้น?????????/ March 08 อยากจะเล่า...ขอบ่น หลังจากสอบก็ว่างแระ ช่วง 3-5 มีนา ก็หยุด ตอนแรกตั้งโปรแกรมว่าจะไปปากช่องบ้านพี่ไนท์-พี่ฮุ้ง ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะเจ้าของบ้านไม่ว่าง เลยว่าจะไปเปิดท้ายขายของมือสองกะพี่มิ้ม แต่พี่มิ้มก็ต้องทำงานวันเสาร์อีก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเบลล์เองก็ต้องกลับไปบ้านพุทธมณฑลเก็บของย้ายบ้านด้วย วันศุกร์ต้องกลับบ้านพุทธมณฑลเลยแวะไปฉลองวันเกิดล่วงหน้าที่ข้าวสารซะเลย ไปนั่งเมาส์กับพี่แบงค์ พี่อ้วน พี่ออย พี่โน้ต ที่ร้าน Hippy (พี่จิ๊บ+พี่บีก้ไปแต่กลับก่อน เพราะเราดันไปกินข้าวก็เบิร์ทและพี่กุ้ง ก่อนเลยอดเจอเลย) พอได้เวลากลับพี่มิ้มก็โทรมาบอกว่าอยู่ร้าน lemon... เลยไปโยกๆกะเค้าต่อ พอเลยเที่ยงคืนดีเจประกาศว่าใครเกิดวันนี้ให้มารับรางวัล อิอิ เสร็จเรา ได้เหล้าฟรีมาขวดนึง... กลับบ้านนี่เมาแอ๋ หลับเป็นตายเลย
วันเสาร์ตื่นมาก็เก็บของๆๆๆๆ ยกของๆๆๆ เหนื่อยมั่กมาก เสื้อนี่ทิ้งไปหลายตัว เพราะทนความสกปรกของมันไม่ได้ การย้ายบ้าน(นี้) กี่ครั้งๆ ก็เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยกายและเหนื่อยใจ ที่ป๊ากะม๊าเป็นคนขี้เสียดายชอบเก็บของเก่า พวกเค้าจะเป็นคนวางแผนการล่วงหน้า เห็นของชิ้นนี้ปุ๊บจะมองออกเลยว่าจะเอาไว้ใช้ทำอะไร เห็นเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ย้ายบ้านจากหลังแรกเอามาไว้ที่นี่สิบกว่าปี ก็ยังไม่เคยเอาออกมาใช้เลย เฮ้อคนเรา ..... นี่วันเกิดเราก็เป็นวันที่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อเลยซะงั้น ที่ต้องมาช่วยขนของ เหนื่อย จริงนะเนี่ย!!!!!! เห็นหมีพูห์ แล้วคิดถึงพี่เต้ พี่ชายที่แสนดี อ่ะ(น้ำตาจะไหล)
วันอาทิตย์นัดพี่มิ้มขายของมือสองกัน แต่พี่มิ้มก็ดันไปเมามา เลยชวดความฝันนี้อีกแล้ว เมื่อคืนฝันหวานไปซะเยอะเลย ข้าวของเครื่องมือในการขายก็เตรียมหมดแล้ว ไม่เป็นไร วันจันทร์ยังมีโอกาสอีกวัน นัดกันเรียบร้อย แต่ก็ยังมีลางสังหรณ์เหมือนจะอดขายอีก ก็เป็นจริงด้วย พี่มิ้มแกเมาเหมือนเดิมเหมือนใคร Replay เทปให้ดูเลย น่าน้อยใจจริงๆ จะโกรธก็โกรธไม่ลง เพราะมันก็คือความสุขเค้า เราเองก็ไม่ควรจะรอพึ่งเค้าด้วย แต่ก็รู้สึกฝันสลาย เศร้า อดได้ตังค์เลย..... เซ็ง โค-ตร
วันอังคารที่ 6 มีนา ไปดู นเรศวรกะเต้ กลับบ้านเที่ยงคืน แหนะ ต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก วันพุธที่ 7 มีนา เต้ชวนขายกล้วยไม้ที่เกษร นึกว่าเต้ดูลาดเลา ที่มาแล้ว ไปถึงจะขายได้ ซะอีก สรุปต้องเดินหาเจ้าที่ เดินอยู่หลายรอบกว่าจะได้ที่ พอได้ ก็คนน้อยมาก เต้ชวนไปดูที่สยามแทนอันนี้คนเยอะแต่ไม่มีที่จริงๆ เดินจนเมื่อย เหนิ่อยจนลืมกินข้าวเลย เต้ แกเสียใจมั้ยเนี่ย เดินเท้าลาก แต่ไม่ได้ขาย แถมยังเสียตังค์ซื้อ CD ระหว่างดูที่อีก -----ช่วงนี้จะทำไรก็ไม่สมหวังเลย อ่ะ สงสัยไม่ใช่ช่วงวันดีของเรา---- กลับบ้านดึกอีกตามเคย 3 วันมาแล้วที่นอนไม่เต็มอิ่มเลย วันนี้ก็คงเป็นเช่นเดิม เพราะจะไปดู Vios รุ่นใหม่ที่ paragon Hall ดูให้เกิดกิเลสเล่น แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ........
อยากจะเล่า....เรื่องสอบ ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยมากๆ เลย ตั้งแต่เดือนกุมภา ก็เริ่มเตรียมตัวสอบโท มีเวลาอ่านหนังสือประมาณ 1 เดือน ต้องอ่านเพราะคนสอบกันเยอะมาก ต้องแข่งขันกัน แต่ก็รู้สึกไม่เครียดเท่ากับ Entrance และอีกอย่างดันเลือกสอบคณะที่ตัวเองไม่ได้เรียนมา แต่อาศัยใจรักอยากจะเรียน "คณะสื่อสารมวลชน" บอกใครก็มีแต่คนด่าว่าจบไปจะทำอะไร ก็สมควรโดนด่าเพราะ ไม่รู้จริงๆ แค่อยากจะเรียน
วันสอบใกล้เข้ามาก็ยังมีปาร์ตี้ได้ทุกศุกร์ (นึกแล้วเสียดายเวลา คิดแล้ว กรู..ไม่น่าเที่ยวเลย) สุดท้ายพอรู้ว่าอ่านไม่ทันแล้วหละ เลยใช้วิธีเกร็งชอยส์เลย เพราะพี่ชายบอกว่าในใบสมัครมีบอกว่าข้อสอบออกเป็นชอยส์ อ่านแต่ข้อสอบเก่า และดูความน่าจะเป็นขอคำตอบเผื่อจะต้องกามั่ว คืนวันก่อนสอบก็ไม่เตรียมอุปกรณ์ เครื่องเขียนเลย เพราะต้องไปหาซื้อแต่ขี้เกียจ
พอถึงวันสอบก็เผื่อเวลาไว้ นิ๊ด...นึง ในการหาดินสอ 2B+ยางลบ+ปากกา แต่ก็มีเหตุให้ตื่นเต้นอีกเพราะลืมไปว่าคนสอบเยอะ รถติด ที่จอดรถหาไม่ได้ เสียเวลาวนอยู่หลายรอบ เหลือเวลา 15 นาทีในการวิ่งหาซื้อเครื่องเขียน และแล้วโชคก็เข้าข้างตอนที่เจอร้านนี่อยากจะทำท่าดีใจเหมือนโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังที่มันได้ที่จอดรถเลย ...ตอนจ่ายตังค์ก็รู้สึกทำไมดินสอนี่มันแพงจัง?? แท่งละ 10 บาท อ่ะ --- วิ่งต่อไปที่ห้องสอบทันเวลาพอดีนั่งรอเค้าแจกข้อสอบ ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะผ่านบรรยากาศการแข่งขันแบบนี้มานานประมาณ 3 ปีได้มั้ง ตอนเริ่มแจกข้อสอบที่จินตนาการไว้ว่าข้อสอบน่าจะมี 100 ข้อ มันจะต้องเป็นปึ้งแน่เลย ปรากฏที่เห็นตรงหน้ากลับมีแค่ 2 แผ่น พร้อมกับสมุดคำตอบ 3 เล่ม รีบเปิดดูโอ้พระเจ้าจอร์ส ช่วยกรูด้วย มันเป็นแบบวิเคราะห์ 3 ข้อ นั่งอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบเวลา 3 ชั่วโมงหายไปแล้ว ครึ่งชั่วโมง ตอบไงดีเนี่ย??? และแล้วก็บอกกะตัวเองว่าต้องเริ่มที่จะเขียน แล้วมันก็คงจะปรื๋อได้ ก็เริ่มจากลอกคำถาม ลงในสมุดคำตอบ(ไม่รู้จะลอกทำมัย) และก็ลืมหนังสือที่อ่านไป เขียนตามความรู้สึกแทน จะว่าโม้ไปเรื่อยก็ว่าได้ ถูกไม่ถูกไม่รู้ รู้แต่ว่ารู้สึกดีที่ไดเขียนเยอะ ข้อ 40 คะแนน ล่อไป 4 หน้าเลย และแล้วก็มีเหตุอีก จนได้ "ปากกาตก หัวปากกาแตก" มีแท่งเดียวซะด้วย มองซ้ายมองขวา ใครเค้าจะให้เราหวะ เลยมองหาคนคุมสอบ ยกมือเรียกเค้า รู้สึกผิดมากเลยที่เรียกเค้ามาแล้วเค้าก็ต้องเดินกลับไปเอาปากกา และเดินกลับมาให้อีก ห้องมันโคตรใหญ่อยู่ด้วย(ห้องนี้มีที่นั่งสอบ 900 คน) แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้ปากกามาก็โม้ต่อจน เกือบหมดเวลาสอบ สอบเช้าเสร็จก็รอบ่ายมีสอบ อังกฤษเพื่อป.โท ต่ออีก.....สอบเสร็จกลับบ้านนี่หลับเป็นตายเลย
|
|
|